KWM โชว์ผลงาน 6 เดือนแรก ปี 64 โกยกำไรสุทธิ 50.66 ล้านบาท เติบโต 132.17% (YoY) ส่วนไตรมาส 2/64 มีกำไรสุทธิ 25.62 ล้านบาท เติบโต 51.87% รับไฮซีซั่นของธุรกิจเกษตร หนุนความต้องการใช้อุปกรณ์เครื่องจักรพุ่ง พร้อมปรับเป้ารายได้ปีนี้เพิ่มเป็น 40% จ่อเดินเกมรุกธุรกิจกัญชง-กัญชา และ พืชกระท่อม เต็มสูบ
นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM เปิดเผยว่า งวด 6 เดือนแรกของปี 64 บริษัทมีกำไรสุทธิ 50.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.84 ล้านบาท หรือ เติบโต 132.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) มียอดขายเพิ่มขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าใบเกลียวที่เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันถึง 113.53%
ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 156.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.40 ล้านบาท หรือ เติบโต 31.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน(YoY) ขณะที่บริษัทมีกำไรสุทธิ 25.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.75 ล้านบาท หรือ เติบโต 51.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากการเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าของบริษัทเพิ่มขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยสนับสนุนเดิมจากไตรมาส 1/64 ทั้งสภาพอากาศโดยไปที่เอื้ออำนวย ไม่ประสบปัญหาภัยแล้งที่รุนแรง ทำให้สถานการณ์การผลิตพืชดีกว่าปีที่ผ่านมา
ประกอบกับ ราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้น จูงใจให้เกษตรกรเพิ่มปริมาณการผลิต โดยภาวะเศรษฐกิจการเกษตรในไตรมาสนี้ขยายตัว 1.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา สาขาพืชขยายตัว 2% และ สาขาบริการทางการเกษตรขยายตัว 2.5%
นางสาวติยาภรณ์ วนโกสุม กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ออกมาดี ส่งผลให้บริษัทปรับเป้ารายได้ในปี 64 เพิ่มขึ้นเป็น 40% จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 15-20% เมื่อเทียบจากปีก่อนที่มีรายได้ 355.06 ล้านบาท พร้อมทั้งได้วางงบลงทุนไว้กว่า 50 ล้านบาท เพื่อขยายการลงทุนในคลังสินค้า และ เพิ่มเครื่องจักรในการผลิตไลน์ใหม่เพิ่มขึ้น
ซึ่งจะเป็นไลน์การผลิตที่ 3 ในระบบออโตเมชั่น ที่สามารถลดการใช้แรงงาน และ สามารถผลิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และ เพื่อเป็นการสำรองกำลังการผลิตในช่วงที่เครื่องจักรต้องหยุดซ่อมบำรุง ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในปีนี้สูงกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากคำสั่งซื้อที่เข้ามาจำนวนมาก ส่งผลให้บริษัทมีต้นทุนในการผลิตลดลง ซึ่งจะทำให้บริษัทมี Margin เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทลูกค้า อาทิ บริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีการเพิ่มไลน์การผลิตภายใต้แบรนด์ “ตราช้าง” รวมถึงสินค้าภายใต้แบรนด์ “Pegasus” ซึ่งเป็นตราสินค้าของบริษัทเองที่ผลิตอุปกรณ์การเกษตร อาทิ ใบผาล ใบจักร ใบคัดท้าย โครงผาล ใบดันดิน ใบเกลียวลำเลียง ยังมีการขยายตัวในทิศทางที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดการณ์ว่า ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าผลผลิตทางการเกษตรจะมีออกมาค่อนข้างมากเนื่องจากน้ำดี และ มีคุณภาพ แต่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 ความแปรปรวนของสภาพอากาศ และ ความผันผวนของเงินบาท
นายอุกฤษณ์ วนโกสุม รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทฯมียอดออเดอร์พร้อมติดตั้งเครื่องสกัดฯ เข้ามาแล้วจำนวน 10 เครื่องช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาในการผลิตเครื่องจักรเพื่อติดตั้ง และ ส่งมอบให้กับพันธมิตรรายใหญ่ ซึ่งคาดว่า จะสามารถสรุปได้ในเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการเดินหน้าสกัดสารสกัดจากกัญชง-กัญชา และ พืชกระท่อม เพื่อมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์ ยา อาหาร และ เครื่องดื่มอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแผนธุรกิจดังกล่าวจะเริ่มเห็นชัดเจนภายในครึ่งปีหลังนี้
|