KWM ทุ่ม 200 ลบ.จับมือ 'เอ็น.อี.เฮมพ์' ลุยธุรกิจกัญชง ซื้อที่ดิน-เครื่องจักรใช้สกัดสาร CBD คาดรับรู้รายได้ล็อตแรก ต.ค.64 ลั่นรายได้รวมปีนี้โตทะลุเป้า 15% ยังไม่นับรวมรายได้รับจ้างสกัดสารจากกัญชง
นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เค. ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเงินลงทุน 200 ล้านบาท สำหรับการร่วมมือกับ บริษัท เอ็น.อี.เฮมพ์ จำกัด (N.E.Hemp) ในภาคของการสกัดสารจากพืชกัญชาและกัญชง การซื้อที่ดิน และสั่งซื้อเครื่องจักรใช้ผลิตเครื่องสกัดสารจากพืชกัญชาและกัญชง จำนวน 10 เครื่อง ตอนนี้นำเข้ามาแล้ว 5 เครื่อง ใช้เงินจากกระแสเงินสดของบริษัท ปีนี้มั่นใจรายได้รวมโตทะลุเป้าที่ตั้งไว้ 15% จากปีก่อนที่มีรายได้ 355 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายสินค้าเครื่องจักรกลการเกษตรขยายตัวดีมาก โรงงานตอนนี้ผลิตไม่ทัน และยังไม่นับรวมกับรายได้จากการรับจ้างสกัดสารจากพืชกัญชาและกัญชงที่คาดว่าจะเริ่มรับรู้เข้ามาในไตรมาส 4/64 ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ผลประกอบการปีนี้เติบโตแบบก้าวกระโดด โดยคาดว่าภายใน 2 ปี รายได้จากธุรกิจสกัดสารจากกัญชงจะอยู่ที่ราว 40 ล้านบาท
โดยทาง KWM จะเน้นไปที่การรับจ้างสกัดสารเป็นหลัก เนื่องจากมีเทคโนโลยีด้านเครื่องจักร โดยปัจจุบันสามารถสร้างเครื่องสกัดออกมาเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการเจรจาหาคู่ค้าเพื่อต่อยอดหนุนการเติบโตในอนาคต โดยผลผลิตดังกล่าวสามารถนำไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ เช่น อาหารเสริม สมุนไพร ยาแผนโบราณ และเครื่องสำอาง
"เป็นการลงทุนร่วมกัน โดย N.E.Hemp ปลูกกัญชง แล้วเอาเครื่องจักรของ KWM ไปสกัด ซึ่ง KWM ก็จะได้ค่าบริการเป็นค่าสกัด โดยคิดค่าสกัดราว 2 หมื่นบาทต่อครั้ง คาดว่ารายได้จากการขายล็อตแรกจะเข้ามาในต.ค.64 โดยกำไรที่ได้มาจะมีการหักลบต้นทุน และแบ่งกันทั้ง 2 ฝ่าย "
นายเอกพันธ์ กล่าวว่า นอกจาก จับมือกับ JSP Pharma และ N.E.Hemp แล้ว ยังมีคุยกับบริษัทเอกชนอื่นอีกหลายราย เพราะมีตลาดรองรับในอนาคต ซึ่งบริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA ก็เจรจากันอยู่
นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.อี.เฮมพ์ จำกัด (N.E.Hemp) เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนขออนุญาตนำเข้าเมล็ดพันธุ์จากประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์กับกัญชงสายพันธุ์พื้นเมือง ในพื้นที่จำนวน 16 ไร่ ซึ่งหลังจากที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ทั้ง 2 สายพันธุ์แล้ว จะทำการปลูกเมล็ดพันธุ์ในโรงเรือนที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ล็อตแรก 50 ไร่
ทั้งนี้ คาดว่าปี 66 บริษัทจะมีรายได้จากการขายวัตถุดิบกัญชงอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท ในพื้นที่การปลูกกัญชงที่ 800 ไร่
อนึ่ง บริษัท เอ็น.อี.เฮมพ์ จำกัด (N.E.Hemp) มีนายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ถือหุ้นสัดส่วน 80% และเพื่อนๆ อีกคนละ 5% ส่วนจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)หรือไม่นั้น ถ้าผลประกอบการไปได้ดีก็จะพิจารณา ซึ่งก็เชื่อมั่นว่าจะทำได้ สำหรับการพัฒนาเมล็ดพันธุ์จะใช้เวลา 4 ปี เพื่อให้เป็นสายพันธุ์ไทยโดยสมบูรณ์ จึงขยายพื้นที่เพราะปลูกได้เต็มที่ ด้วยต้นทุนต่ำ และมีสาร CBD ในระดับสูง 7-20% ต่อกิโลกรัม
"ยังไม่คิดที่จะนำ N.E.Hemp เข้าเป็นบริษัทในเครือบริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เพราะเปิดกว้างในการเพิ่มทุนให้กับบริษัทอื่นๆ และหากผลการดำเนินงานไปได้ดีมากก็มีความสนใจนำเข้าในตลาดหุ้นต่อไป"นายชูวิทย์ กล่าว
|