โบรกมองหุ้น KWM ราคาเหมาะสม 1.90-2.40 บาท ด้านผู้บริหารเร่งสร้างผลงานมั่นใจปี 61 รายได้โตไม่น้อยกว่า 20% แถมมีโปรดักส์ใหม่ดันรายได้โดดเด่น คาด 3-5 ปีข้างหน้ามีสินค้าใหม่เพิ่มต่อเนื่อง เผยอยู่ระหว่างศึกษา การผลิตใบโรตารี่ การชุบแข็งใบเกลียว การผลิตเครื่องจักรการเกษตร มั่นใจอนาคตการเติบโตสูงจากการสร้างนวัตกรรมใหม่ นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร KWM เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต20- 30% จากปีก่อนที่ทำได้ 260 ล้านบาท ส่วนปี 2562 คาดรายได้เติบโตมาก กว่า 40% เนื่องจากจะเริ่มรับรู้กำลังการผลิตโรงงานใหม่เต็มปี ประกอบกับมีสินค้าใหม่ คือ ใบผาลตัวใหญ่ ซึ่งจะเข้ามาสนับสนุนยอดขายของบริษัทให้เพิ่มขึ้นสำหรับผลประกอบการ 3 ปีที่ผ่านมา (2558-2560) บริษัทมีรายได้ 263 ล้านบาท, 276 ล้านบาท และ 260 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 27.80 ล้านบาท 35.78 ล้านบาท และ 20.83 ล้านบาท ตามลำดับ “นอกจากตลาดเดิมที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใช้สินค้าอยู่ บริษัทมีแผนจะพัฒนาเพิ่มสินค้าใหม่ๆ เพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยบริษัท ตั้งเป้าการเติบโตปีละ 20-30% ในช่วง 3-5 ปีนี้ เช่น การผลิตใบโรตารี่ การชุบแข็งใบเกลียวเอง การผลิตเครื่องจักรการเกษตรใหม่ๆ เพิ่มเติม เช่น เครื่องผสมปุ๋ย ซึ่งล้วนเป็นโครงการในอนาคตที่จะสร้างความเติบโตให้กับบริษัท” ทั้งนี้บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ บล.เออีซี , บล.คันทรี่ กรุ๊ป , บล.เคที ซิมิโก้ และ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ประเมินราคาเหมาะสมของ KWM ไว้ถึง 1.90 - 2.40 บาท/หุ้น KWM และบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตร มีผลิตภัณฑ์หลักคือ ใบผาล ใบจักร ใบคัดท้าย โครงผาล ใบดันดิน ใบเกลียวลำเลียง โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะถูกนำไปต่อพ่วงกับรถแทรกเตอร์ หรือเครื่องจักรกลทางการเกษตรอื่นๆ เพื่อช่วยทุ่นแรงในกิจกรรมทางการเกษตรและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน บริษัทจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้า “Pegasus” ซึ่งเป็นตราสินค้าของบริษัทเอง และรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ตามแบบที่ลูกค้ากำหนด ภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า อาทิ “ตราช้าง” ของบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นต้น KWM มีทุนชำระแล้ว 210 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 300 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 120 ล้านหุ้น เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนครั้งแรก ลักษณะธุรกิจของ KWMบริษัทประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตร ได้แก่ ใบผาล โครงผาล ใบเกลียวลำเลียง และใบดันดิน
โบรกมองหุ้น KWM ราคาเหมาะสม 1.90-2.40 บาท ด้านผู้บริหารเร่งสร้างผลงานมั่นใจปี 61 รายได้โตไม่น้อยกว่า 20% แถมมีโปรดักส์ใหม่ดันรายได้โดดเด่น คาด 3-5 ปีข้างหน้ามีสินค้าใหม่เพิ่มต่อเนื่อง เผยอยู่ระหว่างศึกษา การผลิตใบโรตารี่ การชุบแข็งใบเกลียว การผลิตเครื่องจักรการเกษตร มั่นใจอนาคตการเติบโตสูงจากการสร้างนวัตกรรมใหม่
นายเอกพันธ์ วนโกสุม ประธานกรรมการบริหาร KWM เปิดเผยว่าบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต20- 30% จากปีก่อนที่ทำได้ 260 ล้านบาท ส่วนปี 2562 คาดรายได้เติบโตมาก กว่า 40% เนื่องจากจะเริ่มรับรู้กำลังการผลิตโรงงานใหม่เต็มปี ประกอบกับมีสินค้าใหม่ คือ ใบผาลตัวใหญ่ ซึ่งจะเข้ามาสนับสนุนยอดขายของบริษัทให้เพิ่มขึ้นสำหรับผลประกอบการ 3 ปีที่ผ่านมา (2558-2560) บริษัทมีรายได้ 263 ล้านบาท, 276 ล้านบาท และ 260 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 27.80 ล้านบาท 35.78 ล้านบาท และ 20.83 ล้านบาท ตามลำดับ “นอกจากตลาดเดิมที่มีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใช้สินค้าอยู่ บริษัทมีแผนจะพัฒนาเพิ่มสินค้าใหม่ๆ เพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ โดยบริษัท ตั้งเป้าการเติบโตปีละ 20-30% ในช่วง 3-5 ปีนี้ เช่น การผลิตใบโรตารี่ การชุบแข็งใบเกลียวเอง การผลิตเครื่องจักรการเกษตรใหม่ๆ เพิ่มเติม เช่น เครื่องผสมปุ๋ย ซึ่งล้วนเป็นโครงการในอนาคตที่จะสร้างความเติบโตให้กับบริษัท” ทั้งนี้บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ บล.เออีซี , บล.คันทรี่ กรุ๊ป , บล.เคที ซิมิโก้ และ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ประเมินราคาเหมาะสมของ KWM ไว้ถึง 1.90 - 2.40 บาท/หุ้น KWM และบริษัทย่อย ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตร มีผลิตภัณฑ์หลักคือ ใบผาล ใบจักร ใบคัดท้าย โครงผาล ใบดันดิน ใบเกลียวลำเลียง โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะถูกนำไปต่อพ่วงกับรถแทรกเตอร์ หรือเครื่องจักรกลทางการเกษตรอื่นๆ เพื่อช่วยทุ่นแรงในกิจกรรมทางการเกษตรและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน บริษัทจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้า “Pegasus” ซึ่งเป็นตราสินค้าของบริษัทเอง และรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ตามแบบที่ลูกค้ากำหนด ภายใต้ตราสินค้าของลูกค้า อาทิ “ตราช้าง” ของบริษัท สยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นต้น KWM มีทุนชำระแล้ว 210 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 300 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 120 ล้านหุ้น เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนครั้งแรก
เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข อีเมล์. [email protected]